การวางไข่

69113220

 

การวางไข่ ผีเสื้อที่ได้รับการผสมพันธุ์เเล้วจะบินไปหาที่สำหรับวางไข่ ซึ่งก็คือที่ใบไม้ที่เคยเป็นอาหารของมันในระยะตัวอ่อนเเละจะเป็นอาหารของตัวหนอนเมื่อฟักจากไข่นั่นเอง ปัญหาว่าผีเสื้อทราบได้อย่างไรว่าใบไม้ที่จะวางไข่คือพืชอาหารของตัวหนอนที่เป็นลูกของมัน ซึ่งผีเสื้อมีวิธีการต่างๆคือ การใช้ขาหน้าหรือหนวดที่มีประสาทความรู้สึกเเตะ ทดสอบหรือบางชนิดใช้ส่วนปลายท้องเพื่อตรวจสอบก่อนวางไข่เเต่ก็มีบางชนิดใช้วิธีปล่อยไข่ลงสู่ดิน

Advertisements

การอบอุ่นร่างกายของผีเสื้อ

thetrippacker_sakaeo_pang_sida_national_park_phanthit_007

 

การอบอุ่นร่างกาย เนื่องจากผีเสื้อเป็นสัตว์เลือดเย็นไม่สามารถปรับอุณหภูมิให้คงที่อยู่ได้ จึงจำเป็นต้องมีวิธีการอบอุ่นร่างกาย วิธีที่พบบ่อยคือการผึ่งเเดดโดยตรง

การเกี้ยวพาราสีและการผสมพันธุ์

download (1)

 

การเกี้ยวพาราสีและการผสมพันธุ์ การหาคู่ของผีเสื้อเพศผู้มีหลายวิธีด้วยกัน บางชนิดรอให้ตัวเมียบินเข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง บางชนิดออกตระเวนไปเรื่อยๆ บางชนิดกำหนดอาณาเขตของตัวเองแล้วบินวนหาตัวเมียภายในพื้นที่นั้น ผีเสื้อที่กำหนดอาณาเขตของตัวเองไว้จะไม่ยอมให้ผีเสื้อตัวอื่นเข้ามาใกล้ บางครั้งเมื่อผู้บุกรุกไม่ยอมล่าถอย ก็ต้องต่อสู้กันจนกว่าจะแพ้ไปข้างหนึ่ง ผีเสื้อในวงศ์ขาหน้าพู่บางชนิดมีพฤติกรรมการหวงถิ่นมาก มันจะไล่ไม่เว้นแม้แต่แมลงปอหรือนกที่บินเข้ามา แม้ว่าผลสุดท้ายมันอาจจะตกเป็นอาหารของนกก็ตามหลังจากที่ตัวผู้ได้กลิ่นหรือพบตัวเมียก็จะเริ่มเกี้ยวด้วยการบินเข้าไปหา และกระพือปีกปล่อยกลิ่นสัญญาณ(pheromones)ให้กระจายออกเพื่อบอกให้ตัวเมียรู้ว่าเป็นผีเสื้อชนิดเดียวกัน จากนั้นมันจะพยายามให้ตัวเมียลงเกาะบนพื้น เพื่อตัวเองจะได้บินคร่อมบนหลังและทำการผสมพันธุ์กลิ่นสัญญาณเป็นสิ่งสำคัญที่จะยั่วยวนให้เวลานานพอสมควรกว่าน้ำเชื้อของตัวผู้จะเข้าไปในตัวเมียมากพอ ระหว่างนี้ผีเสื้อทั้งคู่จะเกาะนิ่ง
ถือว่าเป็นช่วงอันตรายพอสมควร เพราะอาจถูกศัตรูผู้ล่าจับกินได้ง่ายตัวเมียยอมรับในการผสมพันธุ์ หากตัวไม่พอใจก็จะบินหนีไป ผีเสื้อบางชนิดมีต่อมกลิ่นสัญญาณอยู่ที่ปีกคู่หลัง บางชนิดก็อยู่ที่ปลายส่วนท้องช่วงที่ทั้งคู่ผสมพันธุ์กันใช้

การกินอาหารการกินของผีเสื้อ

download

 

การกินอาหาร ปากของผีเสื้อที่เป็นหลอด ดังได้กล่าวเเล้ว อาหารของผีเสื้อจึงเป็นของเหลวที่มีน้ำตาลหรือโปรตีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำหวานจากดอกไม้ เพื่อไปเพิ่มเติมพลังงาน หรือในผีเสื้อขา หน้าพู่ที่ดูดน้ำเลี้ยงพืชที่ไหลเยิ้มตามลำต้น ผลไม้เน่า มูลนก หรือซากสัตว์ หรือเกาะกันเป็นกลุ่มที่พื้นทรายเปียก หรือดินที่มีเเร่ธาตุ ซึ่งเกลือเเร่จะเป็นตัวรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ให้อบอุ่น
ผีเสื้อส่วนใหญ่ที่พบตามดอกไม้ หรือโปร่งเกลือเเร่มักเป็นผีเสื้อเพศผู้เกือบทั้งหมด

พฤติกรรมที่น่าสนใจของผีเสื้อ

ผีเสื้อแมลงสีสวยดึงดูดตา ที่มีพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่น่าสนใจ ที่หลายท่านอาจยังไม่รู้ จะเป็นอย่างไรต้องอ่าน …

butterfly

 

 

ผีเสื้อ เป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีวงจรชีวิต 4 ช่วง เริ่มแรกเป็นระยะไข่ ระยะหนอนหรือบุ้ง ระยะดักแด้ ตราบจนระยะการเปลี่ยนเข้าสู่ระยะการโตเต็มวัยที่มีปีกหลากสีต้องตาผู้คน ตามลำดับ ในทางกีฏวิทยา แบ่งชนิดของผีเสื้อโดยใช้เส้นปีกในการจัดจำแนกผีเสื้อไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ จึงหาอาหารโดยวิธีการดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ โดยใช้ลิ้นเป็นอวัยวะ ซึ่งลิ้นของผีเสื้อทำหน้าที่เปรียบเสมือนหลอดในการดูดน้ำหวาน ผีเสื้อส่วนใหญ่กินน้ำหวานจากดอกไม้ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่กินน้ำหวานจากตาของต้นไม้หรือจากผลไม้ที่เน่าแล้ว บางพวกที่กินอาหารจากมูลสัตว์ก็มีผีเสื้อมักรอดพ้นจากการถูกล่า เพราะไม่ชอบอยู่เป็นจุดเด่น และมักจะพรางตัวให้เข้ากับธรรมชาติรอบข้างเช่น ใบไม้ กิ่งไม้แมลงชนิดนี้มีช่วงชีวิตที่สั้น จึงไม่มีเวลามากในการหาคู่ ตัวผู้ถูกสร้างให้ออกมาจากดักแด้เร็วกว่าตัวเมีย ซึ่งมีชีวิตอยู่บนโลกไม่กี่วัน วิธีจีบเพศตรงข้ามของผีเสื้อตัวผู้ก็คือ บินเต้นไปรอบ ๆ ตัวเมีย ผีเสื้อมีวิธีเลือกคู่โดยดูจากปีกของตัวที่เลือกว่ามีขนาดและลวดลายเข้ากันเพียงใด
เมื่อเลือกได้แล้วก็จะใช้วิธีปล่อยกลิ่นให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้ โดยตัวเมียปล่อยกลิ่นออกมาจากส่วนท้อง ตัวผู้ปล่อยกลิ่นออกมาจากปีกคู่บนโดยส่วนใหญ่แล้วผีเสื้อจะผสมพันธุ์กันที่พื้นดิน ตัวผู้จะจับคู่กับตัวเมียได้หลายตัว แต่ตัวเมียจะจับคู่กับตัวผู้แค่ตัวเดียว เมื่อมีคู่แล้วตัวเมียจะปล่อยกลิ่นพิเศษออกมาเพื่อปกป้องตัวเองจากตัวผู้ตัวอื่นเมื่อฝนตกผีเสื้อส่วนใหญ่มักจะหลบอยู่ใต้ใบไม้ แต่บางตัวก็อยู่ท้าฝนไม่หนีไปหาที่กำบัง โดยใช้วิธีหุบปีกให้แน่นที่สุดซึ่งทำให้สายฝนไหลผ่านตัวลงไป เมื่อแดดออกอีกผีเสื้อก็จะกางปีกออกมาอีกครั้ง และปีกนั้นจะแห้งอย่างรวดเร็ว ผีเสื้อสามารถสร้างพิษและ กลิ่นเหม็นได้เอง เพื่อปกป้องตนเองจากอันตราย …

รูปผีเสื้อ….ความงามที่ธรรมชาติสร้างมา

 

1_display (1)

โลกของผีเสื้อ…

ผีเสื้อจัดเป็นสัตว์ในไฟลัมอาร์โทร์โปดา (Phylum Arthropoda) เช่นเดียวกับแมลง ทั่วๆ ไป ผีเสื้ออยู่ในอันดับเลพิดอปเทอรา (Orderlepidoptera)
ของชันอินเซกตา (Class Insecta) แมลงที่อยู่ในอันดับนี้มีลักษณเด่นตรงที่ปีกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเล็กๆ เรียงซ้อนกัน คำว่าเลพิดอปเทอรา (Lepidoptera)
มาจากคำในภาษากรีก 2 คำคือ เลพิส (Iepis) แปลว่าปีก นั่นก็คือ ปีก,เกล็ด หรือ ปีกมีเกล็ด

ทำไมเราจึงเรียกแมลงปีกบางสีสดสวยนี้ว่า ผีเสื้อ สันนิษฐานกันว่าเนื่องจากปีกของผีเสื้อมีสีสันสดใสเหมือนกับสีของเสื้อผ้าที่คนเราสวมใส่ และการที่ผีเสื้อบินร่อนไปมา
ทำให้คนโบราณคิดกันไปว่ามีผีไปสิงอยู่ในตัวมัน แม้นแต่ในปัจจุบัน ชาวชนบทบางแห่งก็ยังเรียกผีเสื้อว่า แมลงผี บางท่านก็สันนิฐานว่ามาจาก ผีเชื้อ เนื่องจากคติทางอีสานเชื่อว่าการที่มีผีเชื้อบินมาเป็นกลุ่มจำนวนมากมายจะเกิดโรคระบาด
จึงทำให้เข้าใจกันว่าผีเสื้อเป็นผีเชื้อโรค สำหรับทางภาคเหนือเรียกผีเสื้อว่า แมงกะป้อหรือแมงกะเบี้ย ชื่อเรียกในภาษาอื่น มีเช่น ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าโจโจ้ ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่าหู่เตี๊ยบ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Butterfly
แต่ไม่ว่าแมลงปีกบางที่ประดับด้วยเกล็ดหลากสีสันนี้จะมีชื่อเรียกอย่างไรก็ตาม ผู้คนต่างยอมรับว่าผีเสื้อคือหนึ่งในหมู่แมลงที่สร้างความสวยงามให้แก่ธรรมชาติ